วัฒนธรรมตะวันออกเฉียงเหนือ
วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556
ภาษา
ตัวอักษรของชาวไทยภาคอีสาน ใช้อักษรภาษาไทยเหมือนกันทั่วประเทศ เว้นแต่ภาษาพูดที่ยังมีลักษณะเป็นภาษาถิ่น
อาหาร
อาหารหลักของชาวอีสานที่สำคัญ เช่น ข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบ อ่อม และปลาร้า โดยเฉพาะปลาร้าถือเป็นอาหารพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ มีการนำปลาร้ามาปรุงาเป็นอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น น้ำพริกปลาร้า ปลาร้าสับ และอาหารหลายประเภทจะมีปลาร้าเป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มรสชาติอาหารให้ดีขึ้น
ศาสนาและความเชื่อ
ชาวไทยภาคอีสานส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกับชาวไทยในภาคอื่น ๆ ขณะเดียวกันการนับถือผีสางเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิม
ความเชื่อในเรื่องผีของชาวอีสานนี้มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งเห็นได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก่อนจะลงมือทำนาจะมีการประกอบพิธีกรรมเพื่ออ้อนวอนและขอความคุ้มครองจากผีให้ทำงานสำเร็จ เช่น การเลี้ยงผีปู่ตา การเลี้ยงตาแฮก เป็นต้น
ความเชื่อในเรื่องผีของชาวอีสานนี้มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งเห็นได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก่อนจะลงมือทำนาจะมีการประกอบพิธีกรรมเพื่ออ้อนวอนและขอความคุ้มครองจากผีให้ทำงานสำเร็จ เช่น การเลี้ยงผีปู่ตา การเลี้ยงตาแฮก เป็นต้น
นอกจากนี้ ชาวอีสานยังมีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ โดยเชื่อว่าต้นโพธิ์ ต้นไทร เป็นต้น ไม้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้นถ้าผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือเจ็บป่วยลงก็เปรียบเหมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานจะหักโค่นลง จึงต้องทำพิธีต่ออายุให้ยืนยาว เรียกพิธีนี้ว่า พิธีค้ำโพธิ์ค้ำไฮ

ประเพณีบุญบั้งไฟ
เป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่จัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ก่อนฤดูกาลทำนา จากความเชื่อเรื่องเทวดาที่คนอีสาน เรียกว่า พระยาแถนจะสามารถบันดาลให้พืชผลในท้องนาอุดมสมบูรณ์ มีฝนตกตามฤดูกาล จึงมีการจัดพิธีเซ่นสรวงบูชาพระยาแถนเป็นประจำทุกปีด้วยการทำบั้งไฟ โดยเฉพาะถ้าหมู่บ้านใดทำบุญบั้งไฟติดต่อกันทุก 3 ปี จะส่งผลให้การทำนาได้ผลดี มีอาหารครบถ้วนบริบูรณ์ จังหวัดที่ประเพณีบุญบั้งไฟมีชื่อเสียงมาก คือ จังหวัดยโสธร
ประเพณีแห่เทียนพรรษา
จัดขึ้นในงานบุญเดือนแปดหรืองานบุญเข้าพรรษา ซึ่งเป็นงานบุญอย่างหนึ่งในฮีตสิบสอง ประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี เพราะมีการจัดทำเทียนพรรษาไปถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดอย่างยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ครั้งโบราณ
พุทธชาดกกล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา ณ ป่ารักขิตวัน ผู้มีศรัทธาได้นำรวงผึ้งที่คั้นน้ำออกแล้วทำเทียนไปถวายพระพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีประเพณีการทำเทียนจากขี้ผึ้งตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแหล่งที่มีผึ้งอาศัยอยู่มาก จึงมีวัสดุที่ใช้ในการทำเทียนอย่างอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับชาวเมืองอุบลราชธานีเป็นผู้มีฝีมือในการหล่อและแกะสลักเทียน จึงมีการจัดทำเทียนพรรษาขึ้นในเทศกาลงานบุญเข้าพรรษา
ประเพณีแห่เทียนพรรษา จัดในวันขึ้น 14 - 15 ค่ำและวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 วันแรกเป็นวันเปิดงาน วันที่สองเป็นวันรวมเทียน ประกวดต้นเทียนและประกวดธิดาในตอนกลางคืน และวันที่สามเป็นพิธีแห่เทียนและประกวดขบวนแห่ไปพร้อมกัน โดยให้มีการจัดแสงดวัฒนธรรมของท้องถิ่น เช่น เซิ้ง ลำเพลิน กลองตุ้ม รำตังหวาย เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนหลังจากนั้น จึงนำต้นเทียนที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศมาตั้งแต่ที่บริเวณทุ่งศรีเมืองเพื่อให้ประชาชนได้ชมความงดงามของเทียนพรรษา
พุทธชาดกกล่าวไว้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา ณ ป่ารักขิตวัน ผู้มีศรัทธาได้นำรวงผึ้งที่คั้นน้ำออกแล้วทำเทียนไปถวายพระพุทธเจ้า ดังนั้นจึงมีประเพณีการทำเทียนจากขี้ผึ้งตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแหล่งที่มีผึ้งอาศัยอยู่มาก จึงมีวัสดุที่ใช้ในการทำเทียนอย่างอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับชาวเมืองอุบลราชธานีเป็นผู้มีฝีมือในการหล่อและแกะสลักเทียน จึงมีการจัดทำเทียนพรรษาขึ้นในเทศกาลงานบุญเข้าพรรษา
ประเพณีแห่เทียนพรรษา จัดในวันขึ้น 14 - 15 ค่ำและวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 วันแรกเป็นวันเปิดงาน วันที่สองเป็นวันรวมเทียน ประกวดต้นเทียนและประกวดธิดาในตอนกลางคืน และวันที่สามเป็นพิธีแห่เทียนและประกวดขบวนแห่ไปพร้อมกัน โดยให้มีการจัดแสงดวัฒนธรรมของท้องถิ่น เช่น เซิ้ง ลำเพลิน กลองตุ้ม รำตังหวาย เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนหลังจากนั้น จึงนำต้นเทียนที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศมาตั้งแต่ที่บริเวณทุ่งศรีเมืองเพื่อให้ประชาชนได้ชมความงดงามของเทียนพรรษา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)